ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา Diego Maradona ฉายาหัตถ์แห่งพระเจ้าในตำนาน

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา Diego Maradona หัตถ์แห่งพระเจ้าในตำนาน

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา เป็นนักฟุตบอลที่เคยเล่นให้กับสโมสรต่างๆ ในยุโรปมากกว่า 20 ปี เช่น บาร์เซโลน่า นาโปลี

ในโลกของฟุตบอลนั้ มาราโดน่าถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะระดับตำนาน ทักษะการเลี้ยงบอลที่เรียกได้ว่าแพรวพราวราวกับเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน

มาราโดน่า เป็นหนึ่งในบุคคลที่นับได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาตร์ฟุตบอลเท่าที่เคยทีมาเลยทีเดียว

 

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อเต็ม : ดิเอโก้ อาร์มันโด มาราโดนา Diego Armando MaraDona

วันเกิด : 30 ตุลาคม 1960

อายุ : 60 ปี

สถานที่เกิด : บัวโนสไอเรส อาร์เจนติน่า

สัญชาติ : อาร์เจนติน่า

ความสูง : 167 เซนติเมตร

น้ำหนัก : 67 กิโลกรัม

ชีวิตในวัยเด็กของ ดิเอโก มาราโดนา  Diego Maradona ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

          ดิเอโก อาร์มันโด มาราโดน่า เกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 1960 เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในเมือง Lanus Buenos Aires แต่ได้มาเติบโตที่ Villa Fiorito แต่ก็ยังคงอยู่ใน Buenos Aires ในประเทศอาร์เจนตินา มาราโดนา เป็นลูกชายคนแรกจากพี่น้องที่มีร่วมกันถึง 8 คน

 

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

       

          ตั้งแต่ที่ มาราโดนา ยังเป็นเด็กนั้น เขาสนใจในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากที่ตอนที่เขาอายุได้ครบ 3 ขวบนั้น เขาได้รับของขวัญวันเกิดจากพ่อของเขา เป็นลูกฟุตบอล และหลังจากนั้น เขาก็มีลูกฟุตบอลเป็นเหมือนเพื่อนร่วมชีวิตของเขา และเมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ มาราโดนา ได้พบกับ Francisco Cornejo ซึ่งเป็นแมวมองจากสโมสรท้องถิ่น Cornejo ได้มองเห็นแววนักเตะในตัวของ มาราโดนา และได้ชวนมาราโดน่ามาร่วมทีมกับ Estrella Roja ซึ่งเป็นสโมสรในท้องถิ่นแถวบ้านเกิดของเขา

 

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

         

          มาราโดนนานั้น มีบุคคลที่เขาชื่นชอบ เปรียบเสมือนเป็นผู้ที่ทำให้เขาตั้งใจฝึกฝนตามแนวทั้งไอดอลเหล่านั้นคือ George Best และ Roberto Rivellino  หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้มาเล่นให้กับทีมชุดเยาวชนของ Argentinos Juniors ด้วยฟอร์มการเล่นที่เรียกได้ว่า แพรวพราวฉายแววเด่นและทักษะที่ดีเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีม ด้วยสไตล์การเล่นที่ทำให้ฟุตบอลดู น่าตื่นเต้น ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของบรรดาแฟนบอลทั้งหลาย

 

อาชีพนักฟุตบอลของ ดิเอโก้ มาราโดน่า 
อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส (Argentinos Juniors) 1976-1981,
โบคา จูเนียร์ส(Boca Juniors) 1981-1982 ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

 

ประวัติ ดิเอโก มาราโดนา

         

          ในเดือนตุลาคม ปี 1976 ก่อนวันเกิดครบรอบอายุ 16 ปี ของมาราโดนาเพียงไม่กี่วัน เขาได้รับการคัดเลือกให้ได้เข้าร่วมทีมกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส แน่นอน เขาผ่านการคัดเลือกฝีเท้าและได้สวมเสื้อเบอร์ 16 ของทีม เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดใน Primera Division ลีกของอาร์เจนตินา เขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่เขาเล่นให้กับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส

 

       

           เป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่เขาจะย้ายไปร่วมทีมกับ โบคา จูเนียร์ส ในอาร์เจนตินาก่อนที่จะพาทีมคว้าแชมป์ เมโทรโปลิตา และได้รับความสนใจจากสโมสรดังต่างๆมากมาย

 

บาร์เซโลน่า (Barcelona) 1982-1984

          หลังในช่วงปี 1982 ที่เขาสามารถโชว์ผลงารการเล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยมในทีมระดับเยาวชนกับบาคา จูเนียร์ส เขาก็ได้รับการทาบทามย้ายไปเล่นให้กับสโมสรบาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก ณ ขณะนั้น เป็นจำนวนเงินที่มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านปอนด์ หลังจากย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่าได้พียงปีเดียว เขาก็พาบาร์ซ่าคว้าแชมป์โคปา เดลเรย์ ในปี 1983 ด้วยกับเอาชนะคู่แข่งตลอดการกับเรอัล มาดริด มาราโดน่า เล่นได้อย่างโดดเด่น เขาสามารถทำประตูใส่ทีมคู่แข่งได้ จนได้รับการปรบมือไปทั่วทั้งสนาม ทั้งจากฝั่งแฟนบอลของบาร์ซ่าและของเรอัลมารดริด ถือเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้รับเกียรติเช่นนี้จากผู้ชมข้างสนาม

 

       

          หลังจากนั้นไม่นาน เขาโชคไม่ดีนัก เมื่อเขาต้องมาเผชิญกับโรคร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ เขาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และยังมีอาการกระดูกร้าวที่แขน เขาใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานถึง 3 เดือน

          หลังจากที่เขาพักรักษาตัวหายแล้วนั้น เขาก็กลับมาแข่งให้กับบาร์ซ่าต่อ เขาประสบความสำเร็จอย่างมากกับสโมสรแห่งนี้ ในศึกโกปา เดล เรย์ ปี1983/84 นัดชิงชนะเลิศ บาร์เซโลน่าพบกับแอตเลติโก บิลเบา จบเกมบาร์ซ่าชนะไปได้ 1-0 ทำให้พวกเขาได้แชมป์ แต่มันไม่ได้จบเพียงเท่านั้น มาราโดนา มีปัญหากับ มิเกล โซลา ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม จนเป็นเหตุให้ทั้งคู่ใช้ความรุนแรงต่อกัน ซึ่งจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในเกมนั้น มันส่งผลทำให้มาราโดน่าต้องโดนกดดันให้ออกจากทีม ด้วยข้อหาการทะเลาะวิวาท และเขาได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมกับนาโปลี

 

นาโปลี (Napoli) 1984-1991

          ในปี 1984 แฟนบอลราว 70,000 คนมารวมตัวกันที่สนาม สตาดิโอ ซาน เปาโล เพื่อชมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของมาราโดนา ในฐานะนักเตะของสโมสรนาโปลี การย้ายมาร่วมทีมกับนาโปลีของมาราโดนา เป็นเหมือนการจุดประกายสู่ความสำเร็จยุคใหม่ของทีม เพราะในปี 1986/87 นาโปลี สามารถคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม และหลังจากนั้นถัดมา 2 ฤดูกาล เขาก็พาทีมคว้ารองแชมป์ได้ แต่ในปี 1989/90 มาราโดนาพานาโปลีกลับมาผงาด คว้าแชมป์เซเรีย อา ได้สำเร็จอีกครั้ง นับว่าเขาเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าคนหนึ่งของทีมเลย

 

       

          นอกจากแชมป์ลีกแล้ว มาราโดนา ยังพานาโปลีคว้าแชมป์ในรายการอื่นๆได้อีกด้วยเช่น โกปา อิตาลีในปี 1987, ยูฟ่าซูเปอร์คัพในปี 1990 ด้วยความสามารถของเขานั้น เขาสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของเขาด้วย ซึ่งพึ่งจะถูกทำลายสถิติลงในปี 2017

          แต่ในชีวิตนอกสนามของเขานั้น เขาโดนตำรวจจับฐานเสพติดโคเคน ส่งผลให้เขาพลาดในการฝึกซ้อมกับทีม และยังโดนปรับเป็นเงินกว่า 70,000 ดอลลาร์ อีกด้วย เขามีลูกชายที่เกิดจากภรรยานอกสมรส และเขายังมีข่าวว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ Camorra องค์กรอาชญากรรมในเนเปิลส์อีกด้วย

          หลังจากนั้นเขาโดนจับตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย จากการใช้โคเคนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขาโดนลงโทษห้ามแข่งไป 15 เดือน จากวีรกรรมของเขาในครั้งนี้ ทำให้นาโปลี จำเป็นต้องปลดเขาออกจากทีม เพื่อรักษาเกียรติของสโมสรไว้

 

 เซบีญ่า (Sevilla) 1992-1993, นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ (Newell’s Old Boys) 1993-1994, โบคา จูเนียร์ส (Boca Juniors) 1995-1997

 

         

          ภายหลังจากที่เขาหลุดพ้นโทษแบนเป็นเวลากว่า 15 เดือนแล้วนั้น เขากลับมาได้รับความสนใจจาก เรอัลมาดริด และมาร์กเซย แต่เขากลับปฏิเสธสองทีมยักษ์ใหญ่ไป เพื่อไปเล่นให้กับเซบีญ่า แล้วก็ไปเล่นให้กับนีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ก่อนที่จะไปเล่นให้กับโบคา จูเนียร์สเป็นเวลาสองปี

 

การรับใช้ทีมชาติของ ดิเอโก้ มาราโดน่า 

          หลังจากที่เขาโดนคัดตัวออกจากการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1978 เนื่องจากความกังวลของโค้ชที่ว่ามาราโดนายังเด็กเกินไป แต่เขาได้พิสูจน์ตัวเองในปี 1979 เขาพาทีมเยาวชนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก และเขาได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ ในทัวร์นนาเม้นอีกด้วย ในปี 1982 เป็นปีแรกที่เขาได้ลงเล่นฟุตบอลโลกให้ทีมชาติ เขาได้งเล่นครับทุกนัดในการแข่งขัน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์โลกก็ตาม

 

     

          ในปี 1986 มาราโดนา ได้สร้างเหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานให้กับตัวเขา ในฟุตบอลโลกปี 1986 มาราโดนา ได้ใช้มือของเขาในการทำประตูทีมชาติอังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศก่อนจะพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ในปีนั้น จนเป็นที่มาของประโยคที่ว่า “หัตถ์แห่งพระเจ้า” อันเด่งดังของเขา

          มาราโดนา ได้รับการเสนอชื่อ ให้ได้รับรางวัล Golden ball ซึ่งนั่นทำให้เขาได้รับรางวัลนี้ไปครองได้คนแรกในระดับ FIFA-U-20 และ FIFA World Cup

          ปัจจุบัน ดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังของทีมชาติอาร์เจนตินา เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยอาการหัวใจวาย แล้วเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 ทีผ่านมา ด้วยวัย 60 ปี

ติดตามประวัตินักบอลเพิ่มเติม :: ประวัติ ดิเอโก้ มาราโดน่า

อ่านข่าวฟุตบอลเพิ่มเติม :: ข่าวกีฬาล่าสุด

ติดตาม Facebook :: Footballarena88

error: Content is protected !!