FOOBALLARENA88

ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส (Bruno Fernandes)

ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส (Bruno fernandes)

             ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส (Bruno Fernandes)  บรูโน่ แฟร์นันเดส มีเส้นทางที่ไม่ธรรมดา เมื่อเทียบกับนักเตะโปรตุเกสคนอื่น ๆ ที่เคยรับใช้สโมสร “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในขณะที่ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ และ หลุยส์ นานี่ สร้างชื่อในโปรตุเกส บรูโน่ เฟอร์นันเดส ใช้เวลาห้าปีแรกในอาชีพนักฟุตบอลของเขาในอิตาลี

ข้อมูลส่วนตัว

          ชื่อเต็ม : บรูโน่ มิเกล บอร์เกส เฟอร์นันเดส (Bruno Miguel Borges Fernandes)

วันเกิด : เกิดวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1994 (27 ปี)

สถานที่ : เมืองไมยา ประเทศโปรตุเกส

ส่วนสูง : 1.79 เมตร (5 ฟุต 10 นิ้ว)

สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตำแหน่งที่เล่น : กองกลางตัวรุก

สวมเสื้อเบอร์ : 18

2020 – ปัจจุบัน       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด      ลงเล่น   78 นัด    ยิง 35 ประตู

2012 – 2013             โนวารา                                               23                 (4)

2013 – 2016             อูดีเนเซ                                             86                 (10)

2016 – 2017             ซัมป์โดเรีย                                        33                 (5)

2017 – 2020            สปอร์ติงลิสบอน                              83                 (39)

เส้นทางของ บรูโน่ เฟอร์นันเดส

             บรูโน่ เฟอร์นันเดส เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งโดยการเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสร โบวิสต้า ในประเทศอิตาลี เมื่ออายุ 17 ปี ในตอนแรกเขาต้องทุกข์ทรมานจากอาการคิดถึงบ้าน ในที่สุดเขาก็เติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่ โดยสอนตัวเองเป็นภาษาอิตาลี ก่อนจะตกลงเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกกับ สโมสรโนวาร่า ในศึก กัลโช่ เซเรีย บี อิตาลี

บรูโน่ เฟอร์นันเดส

               ซึ่งได้อยู่ค้าแข้งกับโนวาร่า เป็นเวลา 1 ฤดูกาลและโชว์ฟอร์มได้ดีกว่านักเตะวัยเดียวกัน จนถูกแมวมองหลายสโมสรยักษ์ใหญ่จับตามอง จนในที่สุดในฤดูกาลถัดมาก็ได้ตกลงย้ายไปร่วมทีม อุดิเนเซ่ สโมสรชื่อดังในศึก กัลโช่ เซเรีย เอ อิตาลี ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศ

ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส

              สามฤดูกาลที่เจ้าตัวได้ค้าแข้งอยู่กับอุดิเนเซ่ ได้ทำประตูไปทั้งหมด 11 ประตู จากการลงสนาม 95 นัด ฤดูกาลถัดมา บรูโน่ ได้ย้ายไปร่วมทัพซามโดเรีย เพื่อร่วมลีก อีกทั้งในปีนั้น ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี อีกด้วยในปี ค.ศ. 2017

ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส

              ภายหลังจากที่อยู่กับซามโดเรียได้เพียง 1 ฤดูกาล บรูโน่ เฟอร์นันเดส ได้โอกาสย้ายกลับโปรตุเกส เพื่อไปค้าแข้งร่วมกับสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรชั้นนำแห่งแดงฝอยทอง แม้ว่าเขาจะเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางในอิตาลีเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ลิสบอน เฟอร์นันเดส รับหน้าที่เป็นเพลย์เมคเกอร์ที่เอสตาดิโอ โฆเซ่ อัลวาลาด โดยทำไป 16 ประตูและ 20 แอสซิสต์ในการลงเล่นครั้งแรกในลีกประเทศบ้านเกิด

บรูโน่ ที่ลิสบอน

              ในปีถัดมาเขาได้ถูกผู้จัดการทีมชาติโปรตุเกส เรียกติดทีมชาติชุดใหญ่เพื่อไปลุยบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเริ่มเป็นที่น่าจับตามองจากทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล

              ฤดูกาลถัดมากับสโมสร บรูโน่ ทำประตูจากตำแหน่งกองกลางไปถึง 20 ประตูในลีก และแอสซิสต์อีก 13 ประตู พาต้งสังกัดคว้าแชมป์โปรตุเกส คัพ และลีก คัพ และมิดฟิลด์รายนี้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมหลังจากการจากไปของนานี่ ก็คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโปรตุเกสได้

              ที่สำคัญ เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติซึ่งชนะการแข่งขัน UEFA Nations League ครั้งแรก ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2019 อีกด้วย

บรูโน่ ในทีมชาติ

              จุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของเขาอยู่ที่ ฤดูกาล 2019/2020 หลังจากเขาได้ช่วยให้สปอร์ติ้ง ลิสบอน เข้าสู่รอบแบ่งกลับในศึกบอลถ้วยรองของยุโรป บรูโน่ เฟอร์นันเดส ได้ตกลงย้ายมาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2020 ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนน่า โซลชา สองวันถัดมาเขาได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมด้วยการเสมอกับ วูล์ฟแฮมตัน 0 – 0

              ไม่นาน เด็กผีทั่วโลก ได้รู้จักกับชื่อของ บรูโน่ เฟอร์นันเดส ว่าที่ ขวัญใจคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากนัดต่อมา เขาได้ทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีม จนสามารถเอาชนะ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซีไปได้ 2 – 0 หลังจากนั้นในเกมที่สาม เจ้าตัวก็สามารถเบิกสกอร์แรกให้กับต้นสังกัดใหม่ได้สำเร็จ ด้วยการยิงจุดโทษ จนเป็นจอมยิงจุดโทษประจำทีมในฤดูกาลถัดมาเลยทีเดียว

บรูโน่ กับโซลชา

              โดยรวมแล้วเจ้าตัวสามารถพาทีมคว้าอันดับที่สามของตาราง ซึ่งถือว่าบรูโน่ ได้เข้ามาเป็นแรงผลัดดันชั้นเยี่ยมให้ทีมปีศาจแดง มีความฮึกเหิมกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลต่อไป ด้วยการยิงไป 12 ประตู พร้อมกับอีก 8 แอสซิสต์ อีกทั้ง เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของรางวัล เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ในฤดูกาลนั้น แม้จะลงเล่นเพียงครึ่งเดียวของฤดูกาลก็ตาม

              ต่อมาในฤดูกาล 2020/2021 เขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยการเป็นตัวเดอะแบกของทีมเลยกฌว่าได้ โดยรับหน้าที่สังหารจุดโทษ ฟรีคิก ตัวทำเกม ทำให้ต้องลงสนามรับใช้สโมสรในฤดูกาลนั้นทั้งสิ้น 55 นัด และทำประตูได้ 27 ลูก ผลงานดีที่สุดของสโมสรคือการเข้าชิงฟุตบอลยูโรป้าลีก แต่แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ

บรูโน่ จอมยิงจุดโทษ

             สำหรับฤดูกาลล่าสุด 2021/2022 เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแม้ว่าการทำผลงานช่วงแรกเหมือนจะดูดี ยิ่งการมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดนักเตะแห่งยุค ที่กลับมาหวังว่าจะสามารถกอบกู้ทีมได้ แต่จนแล้วจนรอด ยิ่งเล่นบอลยิ่งเหมือนไม่มีทรง จนทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง โอเล่ กุนน่า โซลชา ถูกปลดลงในที่สุด และทีมก็ทำได้แค่เพียงจบอันดับที่หกเพียงเท่านั้น

             ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2022 บรูโน่เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับสโมสร โดยให้รางวัลกับการทำงานของเขาตั้งแต่ย้ายมาจากสปอร์ติ้ง ซึ่งสัญญาใหม่จะมีระยะเวลายาวถึง ปี ค.ศ. 2026 และได้รับการเพิ่มค่าเหนื่อยอีกด้วย

ประวัติ บรูโน่ เฟอร์นันเดส (Bruno fernandes)

ผลงานบรูโน่ เฟอร์นันเดส ในระดับทีมชาติ

          บรูโน่ เฟอร์นันเดส ได้ถูกเรียกติดทีมชาติโปรตุเกส ชุดอายุต่ำกว่า 19 ปีตั้งแต่เขาอายุ 16 และได้ร่วมเล่นอยู่ในชุดเยาวชนทีมชาติโปรตุเกสในทุกรุ่น ดังนี้

ปี 2012 ติดทีมชาติโปรตุเกสชุด U19

ปี 2014 ติดทีมชาติโปรตุเกสชุด U20

ปี 2015 ติดทีมชาติโปรตุเกสชุด U21

ปี 2016 ติดทีมชาติโปรตุเกสชุด U23

ปี 2017 ติดทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่       

รางวัลของบรูโน่ เฟอร์นันเดส

แชมป์ โปรตุกีส คัพ ปี ค.ศ. 2019

แชมป์ โปรตุกีส ลีก คัพ ค.ศ. 2018 , 2019 

รางวัลส่วนตัว

นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำเดือนของลีกโปรตุเกส

นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของลีกโปรตุเกส

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลีกโปรตุเกส

ติดทีมยอดเยี่ยมของศึกยูโรปา ลีก

ติดทีมยอดเยี่ยมของศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

             ต้องมาคอยดูกันว่าเมื่อฤดูกาลใหม่มาถึง กับการแข่งขันศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2022/2023 เขาจะมีส่วนร่วมกับทีมได้มากน้อยเพียงไหน และฟอร์มสุดยอดของเขาจะกลับมาหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไปสำหรับแฟนผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

error: Content is protected !!